ไปเอาของคนอื่นมาให้อ่านเหมือนเดิม...ขอบคุณคนเผยแพร่จ้า

ชายคนหนึ่งที่รักผู้หญิงคนหนึ่งมาตลอด 15 ปี

เรื่องราวดีดีที่มีความหมายต่อความรู้สึกของใครบางคนที่ตลอด 15 ปีที่ผ่านมาของเขา ไม่ได้ทำในสิ่งที่ใจเขาปรารถนา แต่เขาก็เก็บงำความรักนั้นไว้ในใจเขาเสมอมา เป็นความรักที่บริสุทธิ์ที่ไม่อาจทำให้มันเป็นจริงได้เพียงเพราะอะไรหรือ...
เรื่องราวอาจจะยาวไปหน่อยนะ แต่เรื่องนี้ แฝงข้อคิดดีดีให้กับทุกคนที่มีความรักอยู่ในขณะนี้และที่จะมีในอนาคตขอให้เป็นบทเรีย

นแห่งความทรงจำที่ดีที่จะทำให้คุณประทับใจในความรักที่มั่นคง อาจจะทำให้คุณเสียน้ำตาโดยไม่ตั้งใจ ค่อยๆอ่านไปนะครับ ...
ผมได้รู้จักเธอครั้งแรกก็เมื่อตอนที่ผมอยู่ชั้น ม.1 ผมก้าวเข้ามาในโรงเรียนแห่งนี้ พวกเราต่างก็เป็นนักเรียนใหม่ หลายหลายอย่างในห้องใหม่ของผมนี้ดูมันจะน่าเบื่อซะจริงจริง หลังจากที่เคารพธงชาติแล้วทุกคนก็เข้าชั้นเรียนและก็เป็นธรรมดาของนักเรียนใหม่ทั้งห

ลายก็ต้องมีการแนะนำตัวกัน อาจารย์ประจำชั้นของผมเป็นผู้หญิงอายุประมาณ 40 ดูท่าทางอาจารย์เป็นคนใจดีมาก อาจารย์ก็เริ่มแนะนำตัวเอง ขณะที่อาจารย์กำลังพูดอยู่ ก็มีเสียงหนึ่งแทรกเข้ามา
อาจารย์ค่ะ ขออนุญาตเข้าห้อง ผมรีบหันไปยังที่มาของเสียงนั้นทันที แล้วหญิงสาวก็ก้าวเข้ามา
โอ้!แม่เจ้าโว้ย เธอช่างน่ารักอะไรอย่างนี้ ถึงดูเธอจะชอบตื่นสายไปสักหน่อย แต่ถ้าเอามาบวกลบกับความสวยแล้ว ตื่นสายแค่นี้ผมยกให้ ความคิดผมในตอนนั้น ทำยังไงจะได้รู้จักเธอบ้างนะเธอเดินเข้ามาแล้วก็หาเก้าอี้นั่ง ตอนนั้นที่ข้างผมมีกระเป๋าใครก็ไม่รู้วางอยู่ คนทั้งห้องตอนนั้นก็คุยกันโดยไม่สนใจอะไรเลย ผมเลยจับกระเป๋านายที่นั่งข้างผมโยนไปโต๊ะตัวข้างหลัง ทั้งห้องเลยเหลือที่ว่างอยู่ที่เดียว คือที่นั่งข้างผม เธอเดินมาใกล้ๆ ผมแล้วก็พูดอย่างอ่อนหวาน
นั่งด้วยได้มั๊ย
ก็จะไม่ได้ ได้ยังไง ก็ที่ตรงนี้ผมพึ่งจัดไว้ให้เธอโดยเฉพาะ ผมหันหน้าไปหาเธอแล้วก็พยักหน้า แล้วเธอก็นั่งลงฟังที่อาจารย์พูดหน้าห้องขณะที่เธอกำลังจับจ้องอยู่ที่อาจารย์ แต่ผมไม่สนใจอาจารย์เลยเอาแต่ชำเรืองไปที่หน้าของเธอ ใบหน้าของเธอช่างขาวหมดจดอะไรอย่างนี้ แก้มเป็นสีชมพูอ่อนๆ ดวงตาของเธอกลมโตใสเป็นประกาย ผมไม่เคยเห็นดวงตาคู่ไหนสวยแบบนี้มาก่อน ขนตาของเธองอน ยังกะตุ๊กตา ปากเรียวเล็ก ทั่วทั้งใบหน้าของเธอมันช่างสวยจับใจอะไรเช่นนี้ ผมใจลอยมองหน้าเธอตาไม่กระพริบเลย ผมพยายามมองไปที่ปกเสื้อของเธอเพื่อจะดูว่าเธอชื่ออะไร เกือบจะเห็นอยู่แล้วเชียว
ทันใดนั้นเธอก็หันมาหาผม เธอยิ้ม
มีอะไรหรอค่ะ
ผมสะดุ้งขึ้นมาทันที
อ้อ ปะ ปะ ป่าวครับ
ผมตื่นเต้นไม่รู้จะทำอะไรเลยหยิบหนังสือในกระเป๋าขึ้นมา ดันไปหยิบผิดหยิบเอาหนังสือโป๊ขึ้นมา เธอเหลือบมาเห็นเข้าเลยยิ้มแกมหัวเราะทีแรกผมคิดว่าเธอยิ้มให้ผม แต่พอเห็นหนังสือในมือตัวเอง ผมตกใจเลยรีบปัดความรับผิดชอบทันที
ไม่..ไม่ใช่ของผมครับ! นายที่นั่งข้างหลังมันฝากไว้
เธอหัวเราะอย่างน่ารัก
ก็ไม่แปลกหนิ พี่ชายเค้าก็อ่าน
ผมรีบเก็บทันทีแล้วเอาหนังสืออื่นขึ้นมา ผมอายเธอแทบแย่ ผมหยิบหนังสืออื่นขึ้นมาทันที ผมนั่งอ่านหนังสือทั้งที่จิตใจมันอยู่ที่คนข้างข้าง ผมนั่งเงียบได้พักหนึ่งเธอก็มาสะกิดผม ผมรีบหันไปหาเธอทันที
"อาจารย์ให้แนะนำตัวกับคนนั่งข้างข้างเค้าชื่อ รุ่งฟ้า เรียกว่า ฟ้าเฉยเฉยก็ได้ แล้วตัวเองชื่ออะไร
ผมนั่งพิจารณาอยู่พักหนึ่ง
อืม..คนอะไรนอกจากจะน่ารักแล้ว ชื่อก็ยังเพราะอีก รุ่งฟ้า
ผมทำไมชอบชื่อนี้จังนะ! ผมนั่งจนลืมไปเลยว่าเธอกำลังถามถึงชื่อผมอยู่ เธอสะกิดผมอีก
ชื่ออะไร บอกบ้างสิ
ผมสะดุ้งอีกที
อ้อ! เราชื่อ แบ๊งค์
บ้านฟ้าอยู่แถวบางเขนนู้นบ้านแบ๊งค์อยู่แถวไหนหละ
ผมตอบเธอทันทีเลยว่าอยู่แถวบางเขนเหมือนกัน ทั้งที่ความจริงบ้านผมอยู่คนละเขตกับเธอเลย
งั้นขากลับแบ๊งค์กลับเป็นเพื่อนฟ้านะ
เธอก็ยิ้มแล้วพยักหน้าผมชอบรอยยิ้มของเธอจริงจริง หลังจากที่ผมรู้จักเธอ ชั่วโมงนั้นทั้งชั่วโมงผมก็คุยกับเธอไม่หยุดเลย เธอเป็นคนพูดเพราะและคุยสนุกมาก ผมสามารถฟังเธอได้ทั้งวันโดยไม่เบื่อเลย หลังจากคาบนั้นผมก็ตามติดฟ้าทั้งวันเลย ชนิดที่ว่าที่นั่งข้างเธอไม่มีใครแตะต้องได้เลย เพื่อนทั้งห้องผมยังไม่รู้จักใครเลย ผมรู้จักแต่ฟ้าคนเดียว
หลังจากเลิกเรียนเราก็กลับบ้านพร้อมกันพอรถถึงบ้านเธอ เธอก็ลงรถเธอชวนผมลงไปเล่นบ้านเธอ แต่ผมก็ส่ายหน้ากลัวว่าพ่อเธอจะว่า ผมนั่งรถเลยบ้านฟ้าไปอีก 1 ป้ายรถเมล์ จากนั้นผมก็ลงมาขึ้นฝั่งตรงข้ามเพื่อตีรถกลับไปลงโรงเรียน แล้วผมถึงขึ้นรถที่จะกลับบ้านผมจริงจริง และดูเหมือนการนั่งรถมาส่งฟ้าแบบนี้ผมทำทุกวันจนเป็นนิสัยเลยก็ว่าได้
ฟ้าเธอชอบที่จะมาสายทุกวันเลย อาจารย์เริ่มที่จะสอนหนังสือแล้ว ทุกอย่างที่อาจารย์สอนดูเหมือนมันจะซึมเข้าสมองผมอย่างรวดเร็ว แต่ฟ้านี่สินั่งฟังอยู่ด้วยกันแท้แท้ แต่เธอกลับไม่รู้เรื่องเลย
พอพักเที่ยงผมก็ซื้อข้าว 2 จานออกมานั่งทานอยู่ม้าหินอ่อนกับฟ้า ผมไม่เคยเข้าไปทานข้าวในโรงอาหารเลย หลังจากที่ผมยื่นจานข้าวให้เธอเธอก็นั่งทานอย่างเอร็ดอร่อย ผมยังไม่ทานข้าวเพราะมีสิ่งที่ผมกังวลมากกว่า ผมหยิบหนังสือวิชาคณิตศาสตร์ในกระเป๋าฟ้าออกมา
ฟ้า! ไม่เข้าใจตรงไหนเดี๋ยวแบ๊งค์ อธิบายให้ฟัง
ผมเปิดไปเรื่อยๆขณะที่กำลังรอคำตอบจากเธอ เธอใช้นิ้วเรียวเรียวของเธอชี้มาบนหนังสืออย่างลังเล
ก็..ก็.ทั้งหมดเลยแหละ
ผมจึงเริ่มอธิบายทั้งหมดให้ฟ้าฟังชนิดก๊อปปี้ทุกคำที่อาจารย์พูด
ผมอธิบายไปเกือบชั่วโมง จนหมดเปลือกเลยทีเดียว
เป็นไงฟ้าเข้าใจแล้วใช่มั๊ย เธอเริ่มมีอาการลังเลอีกแล้วครับท่าน
ฟ้า.ฟ้า. เข้าใจ..ก็ได้ ผมรู้ทันทีเลยว่าเธอไม่เข้าใจ
โธ่! ฟ้าก็งั้นฟังใหม่นะ
ผมจึงเริ่มอธิบายใหม่ทั้งหมดไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบกว่าฟ้าจะเข้าใจได้ สงสัยว่าความสวยของเธอมันจะดูดกลืนเอาความเฉลียวฉลาดที่เธอมีไปซะหมดเลย แต่ยังไงเธอก็น่ารักดี ยิ่งเวลาที่เธอทำหน้างงในสิ่งที่ผมสอน ผมยิ่งรู้สึกว่าเธอน่ารักเข้าไปใหญ่ ผู้หญิงในอุดมคติของผมไม่จำเป็นต้องเรียนเก่งก็ได้
จากวันนั้นผมก็คอยเป็นติวเตอร์ส่วนตัวให้ฟ้าเสมอมา หรือไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรผมก็จะอยู่ข้างฟ้าเสมอ แล้วความรู้ทั้งหลายก็กำลังจะต้องถูกใช้ออกมา
วันนี้อาจารย์สอบเก็บคะแนนพวกเราก่อนที่จะสอบผมก็ติวให้ฟ้าอย่างเต็มที่ ย้ำแล้วย้ำอีกจนเธอบอกว่าเธอเข้าใจอย่างดีเยี่ยมเลย พอเข้าห้องสอบผมก็เริ่มทำ มันง่ายมากเลยสำหรับผม อาจารย์ให้เวลา 1 ช.ม. แต่ผมเสร็จตั้งแต่ 20 นาทีแรก ผมห่วงก็แต่ฟ้าที่นั่งอยู่คนละฟากกับผมเลยสีหน้าของเธอตอนนี้ชักจะออกอาการแล้ว พอหมดชั่วโมงอาจารย์ก็สั่งให้ผมยกข้อสอบทั้งหมดไปวางไว้โต๊ะห้องอาจารย์
ขณะเดินผมก็รีบเปิดหาของฟ้าทันที โอ้! แม่เจ้า ผิดหมดเลยครับ ผมยืนคิดอยู่พักว่าจะทำยังไงดี เพราะข้อสอบคราวนี้มีคะแนนเยอะมาก หากสอบไม่ผ่าน มีหวังเกรด 0 อยู่แค่เอื้อม ผมเลยตัดสินใจหยิบกระดาษคำตอบใบใหม่ขึ้นมาแล้วผมก็ทำใหม่ทั้งหมดอย่างรวดเร็ว ระหว่างที่ทำก็ต้องคอยระวังอาจารย์เหมือนกัน พอผมทำเสร็จ ก็เขียนชื่อฟ้าลงไป จากนั้นก็เก็บเข้ากองเดิมแบบที่อาจารย์ไม่สงสัยแม้แต่น้อย ส่วนกระดาษคำตอบใบเดิมของฟ้าผมก็พับเป็นจรวดเล่นเห็นจะเป็นประโยชน์มากกว่า
หลังจากวันนั้นอาจารย์ก็ประกาศคะแนน ส่วนใหญ่ก็มักจะไม่ผ่านกัน
แต่ทุกคนก็ต้องอึ้ง! เมื่อทั้งห้องมีเพียง 2 คนเท่านั้นที่ได้คะแนนเต็ม คือผมกับฟ้า ผมหนะเขาไม่ค่อยสงสัยกันหรอกเพราะใครก็รู้ว่าผมเรียนเก่งแค่ไหน แต่ที่ รุ่งฟ้า ได้คะแนนเต็มนี่สิทำเอาเพื่อนๆงง แบบบอกไม่ถูกเลยหละ เธอดีใจหันมาหาผม
เห็นมั๊ยแบ๊งค์ ฟ้าก็ทำได้
ผมแอบหัวเราะในท่าทางอันมั่นใจว่าทำได้! ของเธอ แต่ปากผมก็ชมเธอ ผมไม่เคยบอกกับฟ้าสักคำว่าผมเป็นคนแก้ข้อสอบให้เธอ และผมก็ยังใช้วิธีนี้ช่วยเหลือเธอหลายต่อหลายครั้งโดยที่เธอไม่รู้ตัว จนในที่สุดเราก็ขึ้นมา ม.2 จนได้ ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ผมยังไปส่งเธอที่บ้านทุกวันไม่เปลี่ยนแปลง ฟ้าก็ยังมาสายเหมือนทุกวันในปีที่แล้ว จะเปลี่ยนไปก็แต่หนุ่มๆที่มาแอบชอบเธอดูเหมือนจะเพิ่มจำนวนขึ้นทุกวันทุกวัน
วันนี้หลังจากโรงเรียนเลิกผมก็นั่งทำงานกลุ่มกับเพื่อนเพื่อนผมอีก 7 คน แล้วผมก็ได้ยินเสียงคนเถียงกันอยู่ห้องถัดไป ทีแรกผมก็ไม่สนใจ เพราะอะไรที่มันไม่ใช่เรื่องของผม ผมจะไม่เข้าไปยุ่งเด็ดขาด หรือแม้แต่แค่สนใจที่จะฟัง แต่พอเสียงมันเริ่มชัดขึ้น คราวนี้ผมสนใจขึ้นมาทันที มันเป็นเสียงของฟ้าที่มีเสียงผู้ชายประมาณ 5-6 คนกำลังรุมต่อว่าเธอแบบที่ไม่ปล่อยให้เธอพูดเลย
ผมลุกขึ้นทันที หยิบไม้เบสบอลที่วางอยู่หลังห้องแล้วเดินไปยังที่มาของเสียง เพื่อนผมที่นั่งด้วยกันมันก็ตามมาทันที
มีอะไรว่ะ แบ๊งค์!
ตามผมมา ผมพูดพร้อมกับเร่งฝีเท้า
พอผมเดินไปถึงจุดเกิดเหตุ อย่างที่คิดไว้ไม่มีผิดฟ้ากำลังยืนอยู่ท่ามกลาง รุ่นพี่ 5 คนที่กำลังด่าเธอด้วยเรื่องที่ผมคอยช่วยเธอมาหลายต่อหลายครั้ง ก็รุ่นพี่นายที่เป็นหัวโจกมันแอบชอบฟ้า แต่ฟ้าไม่สนใจมัน เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นกับฟ้ากี่ครั้งผมนับแทบไม่ไหว ก็ฟ้าเป็นคนสวยนี่ครับก็ต้องมีคนรุมชอบเธอเป็นธรรมดา แต่ทุกครั้งที่มีคนบอกรักเธอ เธอก็มักจะปฏิเสธทุกครั้งไป ผมปล่อยให้มันด่าฟ้าต่อไปโดยที่ผมยังไม่ผลีผลามเข้าไป ผมยืนดูอย่างไม่พูดไม่จากับพวกเพื่อนผม แล้วการเถียงกันมันก็เริ่มที่จะรุนแรงขึ้น
รุ่นพี่คนหนึ่งมันกระชากกระเป๋าฟ้าแล้วก็ผลักเธอล้มลงกับพื้น ผมฟิตร่างกายเป็นครั้งสุดท้ายแล้วก็เรียกนายที่มันผลักฟ้า พอมันหันมา ไม้เบสบอลในมือผมก็ถูกขว้างออกไปอย่างเต็มแรงไม้หมุน360องศา ประมาณ 4 รอบ แล้วก็ถึงปากมันพอดีไม้กระแทกปากมัน มันกระเด็นเลยทีเดียว มันลุกขึ้นมา แล้วใช้มือจับดูปริมาณเลือดของตัวเองเลือดมันไหลนองไปหมด มันเดินตรงมาที่ผม
ผมรู้ดีว่าการชกกันในแบบนี้ ผู้ที่ลงมือก่อนจะได้เปรียบ ผมไม่รอช้ายิงหมัดขวาอย่างไม่ยั้ง คราวนี้มันสลบยาวเลย เพื่อนมันที่เหลือก็ตรงเข้ามากะจะอัดผมเต็มที่ เพื่อนผมที่มาด้วยกันจึงวิ่งเข้าตะลุมบอลกัน เก้าอี้ โต๊ะบริเวณนั้นถูกนำมาใช้เป็นอาวุธ ข้าวของในห้องกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ ผลสุดท้ายรุ่นพี่ทั้ง 5 ก็สลบคาตีนพวกผม สภาพผมแต่ละคนในตอนนั้นก็สะบักสะบอมเอาการเหมือนกัน
จากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันกลับ ผมเก็บกระเป๋าฟ้าที่วางอยู่กับพื้นยื่นให้เธอ
ฟ้า กลับบ้านกันเถอะ
ผมกับฟ้าก็เดินกลับบ้านโดยที่เธอไม่พูดจาสักคำเอาแต่มองหน้าผม แต่ถึงผมจะสะบักสะบอมแค่ไหนแต่ผมก็ยังจะไปส่งฟ้าเหมือนเดิม เธอใช้ผ้าเช็ดหน้าของเธอเช็ดเลือดให้ผม จนผ้าของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงเลย เรายืนรอรถอยู่นานมาก เวลาก็เริ่มจะมืดแล้ว จนรถมา ผมเดินจะไปขึ้น แต่ฟ้าเธอดึงผมไว้
แบ๊งค์อย่าพึ่งกลับไปดูดาวเป็นเพื่อนฟ้าหน่อย
ผมก็นึกตลกเหมือนกันทำไมเธอถึงอยากจะดูดาวนะ เธอพาผมขึ้นรถคันใหม่ไปกับเธอ จนท้องฟ้ามืด ก็มาถึงที่ดูดาวที่เธอว่า
ที่นี่เหรอฟ้า ที่ว่าจะพาแบ๊งค์มาดูดาว เธอพยักหน้า
ใช่! ที่นี่หละ ฟ้าไม่เคยชวนใครมาเลยนะ แบ๊งค์เป็นผู้ชายคนแรกที่ฟ้าพามาเลยหละ
ผมมองที่ ที่เธอว่าดูดาวที่นี่ มันสวย แล้วผมก็หัวเราะ ก็ที่นี่มันสะพานแขวนชัดชัด มันจะสวยกว่าที่อื่นตรงไหน แต่ผมก็ไม่พูดอะไรปล่อยให้เธอเดินจูงมือผมแล้วก็เดินเพื่อจะขึ้นไปบนสะพานที่ว่า เธอแวะซื้อไอศกรีมรสสตอเบอรี่ 2 อัน แล้วก็เดินต่อ
ข้างบนนี้มันเป็นสะพานแขวนที่รถวิ่งได้ 4 เลน แต่ไม่ค่อยจะมีรถวิ่งเท่าไหร่ เพราะเส้นทางนี้มันทำให้เสียเวลามาก คนจึงมักจะใช้เส้นทางอื่นจะมีก็แต่รถที่จะวิ่งไปฝั่งธนบุรี สะพานนี้มันจึงดูเงียบเชียบ ขอบสะพานเป็นทางเท้าสำหรับคนเดินที่ทั้งสะพานดูเหมือนจะมีแค่ผมกับฟ้าเท่านั้นที่กำลังเดินอยู่
เธอพาผมเดินไปจนถึงกลางสะพานแล้วเธอก็หยุดเดิน เธอมองลงไปตามชุมชนที่มีแสงไฟระยิบระยับ และก็มองตามถนนที่เรียบฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาไปจนสุดลูกหูลูกตา เธอมองขึ้นไปข้างบนเพื่อจะดูดาวบนท้องฟ้า อย่างที่เธอพูดจริงครับ บนนี้ทุกอย่างมันดูสวยไปหมด เธอมองดาวพร้อมกับกินไอศกรีม
ผมแอบมองใบหน้าเธอตาไม่กระพริบเลย เธอทำไมถึงน่ารักอย่างนี้นะ ไม่ว่าจะเรื่องหน้าตา หรือจะนิสัย เธอก็ดูดีไปหมด เธอยังสวยเหมือนที่ผมเห็นครั้งแรกไม่มีผิด แต่ตอนนี้เธอดูจะสวยกว่าเดิม เธอเริ่มที่จะเป็นสาวเต็มตัวแล้ว แววตาที่กลมโตและเป็นประกายของเธอมันช่างสวยจับใจจริงจริง เธอหันมายิ้มให้ผม
แบ๊งค์ ที่นี่สวยมั๊ย..ฟ้าชอบมาบ่อยๆ ผมพยักหน้า
อื้ม ก็สวยดีหนิ แล้วปกติฟ้ามากับใครหละ
ก็มาคนเดียวหนะสิถามได้ จะให้ฟ้ามากับใครหละจ๊ะ
ผมมองตาเธอแล้วพูด
ทำไมฟ้าต้องมาคนเดียวด้วยหละ. แค่ฟ้าออกปากชวนผู้ชายทั้งโรงเรียนก็พามากันเป็นแถบแล้ว มีคนเขาชอบฟ้าเยอะจะตาย เธอยิ้ม
ผู้ชายที่ว่าเนี่ยรวมถึงแบ๊งค์ด้วยหรือเปล่าหละ
ผมไม่ตอบเธอแล้วเงียบไป เธอใช้มือมาจับแผลที่อยู่แก้มผม
เจ็บมั